ภัคพงษ์นั่งนายกฯเพาะกายสมัย5 เจ้าโอ๋ สิทธิ เจริญฤทธฺ์ ประกาศแขวนกล้ามตามที่สมาคมกีฬาเพาะกายแห่งประเทศไทยได้จัดงานประชุมสามัญประปี 2552 ที่โรงแรมชาลีน่า โดยมีวาระสำคัญในการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาเพาะกายคนใหม่ หลังบริหารสมาคมฯ ครบวาระ 2 ปีแล้วนั้น ผลปรากฏว่าสมาชิกสมาคมฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ ยกมือโหวตไว้วางใจให้ นายภัคพงษ์ เกรียงศักดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาเพาะกายแห่งประเทศไทยติดต่อกันเป็นสมัยที่ 5 โดยนายภัคพงษ์ ประกาศจะลุยงานพัฒนากีฬาเพาะกายเพื่อสร้างชื่อจากรายการแข่งขันที่สำคัญทั้ง ในและนอกประเทศ 2 ปีต่อเนื่องตลอดวาระที่ดำรงตำแหน่ง พร้อมกันนี้ สิทธิ เจริญฤทธิ์ หรือ “พี่โอ๋” เจ้าของของแชมป์โลกเพาะกาย 3 สมัย ประกาศแขวนกล้าม หลังโลดแล่นในวงการกีฬาเพาะกายมากว่า 15 ปี พร้อมผันตนเองทำหน้าที่พี่เลี้ยง ในฐานะโค้ชนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย และช่วยเหลือกิจกรรมสมาคมกีฬาเพาะกายแห่งประเทศไทยต่อไป

นายภัคพงษ์ เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ผมขอขอบคุณที่สมาชิกสมาคมฯ ไว้วางใจเลือกผมเป็นนายกสมาคมกีฬาเพาะกายต่ออีก 1 สมัย เพื่อพัฒนากีฬาเพาะกายให้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป ภายใต้เป้าหมาย พัฒนากีฬาเพาะกายและฟิตเนสอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการสร้างอันดับและผลงานในรายการการแข่งขันนานาชาติให้ดียิ่งขึ้น ขึ้นไปอีก ซึ่งในปีนี้ทางสมาคมฯ มี อาทิ การแข่งขันกีฬาเพาะกายและฟิตเนสรอบคัดเลือกภาคต่างๆ ทั่วประเทศ การแข่งขันเพาะกายชายชิงแชมป์เอเชีย และบอดี้คลาสสิค ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน (2-7 สิงหาคม 2553) การแข่งขันชิงแชมป์ฟิตเนส และเพาะกายชายชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ประเทศสิงคโปร์ (29 กันยายน — 4 ตุลาคม 2553) การแข่งขันเพราะกายชายชิงแชมป์โลก ที่เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย (3-8 พฤศจิกายน 2553) และการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยน บีช เกมส์ ที่รัฐสุลต่าน ประเทศโอมาน (6-14 ธันวาคม 2553) โดยสมาคมฯ มั่นใจว่าจะสามารถนำเหรียญรางวัลมาอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังมีการจัดฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาเพาะกาย และฟิตเนสระดับปฏิบัติการ ปี 2553 (24-25 สิงหาคม 2553) วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความรู้ และพัฒนาคุณภาพทางด้านการฝึกสอนกีฬาเพาะกาย และฟิตเนสในสำหรับผู้ฝึกสอนในระดับกลางถึงระดับสูง ให้ได้รับทราบถึงการพัฒนาการด้านการฝึกสอนหัวข้อต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกันนี้จากมติการประชุม ทางสมาคมฯ จะดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย” ในลำดับต่อไป”

ทางด้าน สิทธิ เจริญฤทธิ์ หรือ “พี่โอ๋” นักกีฬาเพาะกายหนุ่มวัย 37 ปี ให้เหตุผลถึงการประกาศอำลาวงการการแข่งขันกีฬาเพาะกายว่า “ในฐานะนักกีฬาเพาะกาย ผมคิดว่า ณ วันนี้ ผมเดินทางมาถึงจุดอิ่มตัวและประสบความสำเร็จ ก้าวมาสู่จุดสูงสุดของการเป็นนักกีฬาแล้ว นั่นคือการได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ และเป็นตัวแทนไปสร้างชื่อเสียงให้นักกีฬาเพาะกายจากประเทศไทยเป็นที่รู้จัก ในระดับโลกฐานะเจ้าของผลงานรางวัลแชมป์โลกกีฬาเพาะกาย 3 สมัย”

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมได้ทุ่มเท หมั่นฝึกฝน ฝึกซ้อมกับการทำผลงานให้ดีที่สุด ในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกรายการ ทุกรางวัลที่ผมได้รับ ทั้งรางวัลแชมป์โลก 3 สมัย เหรียญทองกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23 และครั้งที่ 24 และเหรียญทอง เอเชี่ยน บีช เกมส์ ล้วนเป็นรางวัลที่ทำให้ผมภูมิใจกับการเป็นนักกีฬาเพาะกาย และภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสร้องเพลง ชาติไทยในเวทีระดับโลก ผมขอขอบคุณท่านนายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน นายภัคพงษ์ เกรียงศักดิ์ คณะกรรมการสมาคมฯ ผู้ฝึกสอน ที่ช่วยสนับสนุนและทุ่มเทให้กีฬาเพาะกายสามารถสร้างผลงานในหลายๆ เวที และมีผลงานความก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนี้ ผมขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุน นำเสนอข่าวสารให้วงการกีฬาเพาะกายเป็นที่รู้จักแพร่หลาย แม้ผมจะวางมือจากการเป็นนักกีฬา แต่ผมจะยังอุทิศตัวให้กับสมาคมฯ ต่อไป ด้วยการช่วยเหลืองานต่างๆ พร้อมทั้งเป็นโค้ชให้นักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย และทำธุรกิจครอบครัว คือ พาวเวอร์ โซน ยิม ที่ให้บริการยิมและฟิตเนส เซ็นเตอร์ อีกด้วย”

ทางด้าน นายภัคพงษ์ เกรียงศักดิ์ นายกสมาคมกีฬาเพาะกายแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ เสียดาย ในความสามารถของสิทธิ ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของนักกีฬาเพาะกายที่เป็นเจ้าของผลงานแชมป์โลกเพาะกาย ถึง 3 สมัย ซึ่งยังไม่มีใครทำได้ แต่เมื่อสิทธิมีความมุ่งมั่นที่จะอำลาวงการเพื่อผันตัวเองไปเป็นโค้ชให้กับ นักกีฬาเพาะกายรุ่งน้องๆ ทางสมาคมฯ ก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด”

อนึ่ง นายภัคพงษ์ เกรียงศักดิ์ เป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษ และเข้ามาพำนักและทำธุรกิจในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 50 ปี จนได้รับสัญชาติไทยและมีชื่อภาษาไทย นายภัคพงษ์ให้การสนับสนุนกีฬาเพาะกายมากว่า 20 ปี และเริ่มเข้ามาบริหารงานในฐานะนายกสมาคมกีฬาเพาะกายแห่งประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2545